Asd

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2552

มหากาพย์ มหาภารตะ การเล่นสกา การเนรเทศเหล่าปาณฑพ

มาถึงตอนนี้ในพระราชวังของกรุงหัสตินปุระนั้นเต็ม ไปด้วยพระโอรสเล็กๆมากมายวิ่งกันให้วุ่น ซึ่งฝั่ง5พี่น้องปาณฑพคนที่มีกำลังมากที่สุดคือ ภีมะ น้องคนที่สอง ฝั่งของพี่น้องเการพซึ่งมี ทุรโยชน์พี่คนโตนั้นเรียกได้ว่าเป็นคู่กัดกันมาตั้งแต่เด็กเลยทีเดียว เพราะทุรโยชน์แรงน้อยกว่าภีมะ จึงทำให้โดนแกล้งอยู่บ่อยๆ ทุรโยชน์ก็เลยมีความรู้สึกว่าพวก5พี่น้องปาณฑพนั้นคงจะต้องเป็นเสี้ยนตำมือ เป็นหนามตำใจต่อไปในภายหน้าแน่ ทั้งพี่น้อง2ฝั่งจึงเขม่นเป้นเด็กช่างมาตลอด

วันนึงทุรโยชน์จึง แกล้งทำดีชวน5พี่น้องปาณฑพไปเล่นน้ำ พร้อมกับวางยาพิษในขนมด้วย ภีมะซึ่งเวลาเล่นใช้กำลังมากจึงเหนื่อยเป็นพิเศษก็เลยกินขนมที่มียาพิษ มากกว่าเพื่อน ภีมะไม่รู้ตัวกินนเข้าไปพิษแผ่ซ่าน ฝั่งทุรโยชน์และพี่น้องเการพก็ช่วยกันเอาเถาวัลย์มัดภีมะแล้วก็จับถ่วงน้ำซะ เลย

อาจ จะเป้นเรื่องบังเอิญอะไรไม่ทราบได้จุดที่ภีมะถูกถ่วงน้ำนั้นเป็นปากบาดาลก็ เลยไหลลงบาดาลไปซึ่งเป้นที่อยู่ของเหล่าพญานาค พอพวกพญานาคชั้นต่ำ งูเล็กงูน้อยเห็นว่ามนุษย์ที่ไหนไม่รู้ ตุ๊บป่องๆ มาก็เลยรุมฉก จั๊กๆ พอฉกไปฉกมาพิษของพญานาคก็ดันไปล้างพิษอยุ่ในขนม แทนที่ภีมะซึ่งตอนนั้นจะตายก็กลายเป็นพิษล้างพิษภีมะก็เลยตื่นขึ้นมา แถมแถวนั้นหัวหน้าพญานาคชื่อ ท้าววาสุกรี 5เศียร(ท่าวาสุกรี =ท่าพญานาคา) ได้เข้ามาถามความเป้นมาก็ว่าไอ้หนูนี่หลุดมาบาดาลได้ยังไง

สอบ สวนทวนความไปก็เลยทราบว่า ภีมะนั้นเป็นหลานปู่ภีษมะลูกพระแม่คงคา คนกันเองกากี่นั๊งทั้งนั้น ท้าววาสุกรีก็เลยเลี้ยงต้อนรับกันยกใหญ่ซึ่งพญานาคท้าวสุกรีเคยได้ไปเป็น ส่วนสำคัญในการกวนเกษียณสมุทรแกจึงมีน้ำอมฤตส่วนหนึ่งเก็บไว้อยุ่ในคนโฑ แกก็เลยจูงมีภีมะไปยังที่เก็บคนโฑพร้อมกับบอกว่า อยากจะดื่มน้ำอมฤตเท่าไหร่ก็ได้ตามสบายเพราะเอ็นดูอีกทั้งยังสืบพงษ์วงศ์วาน เดียวกัน

ภีมะได้ยินแบบนั้นก็ยกซดน้ำอมฤต อั้กๆ เลยครับ ดื่มไป8คนโฑซึ่งน้ำทิพย์นี้ทำให้มีกำลังมากมายขึ้นซึ่งธรรมดาตัวภีมะเองก็มี กำลังเยอะอยู่แล้วคราวนี้ก็เลยล่ำยกกำลัง8เลย ส่วนพี่น้องอีก4ที่เหลือก็เล่นกันไปเล่นกันมาเล่นไปเล่นมาอ้าวน้องหายก็ เลยกลับวังไปบอกแม่ว่าน้องหายโดยไม่รู้ว่าถูกทุรโยชน์ถ่วงน้ำจนในที่สุดภีมะ ก็ขึ้นมาจากบาดาลแล้วก็กลับวัง พอมาถึงวังก็มาเล่าให้
พระนางกุณตีผู้ เป็นแม่ให้ฟังหลังจากนั้นก็ได้บอกกับเหล่าพี่น้องทั้ง4ว่าให้ระวังตัวให้ดี เพราะทุรโยชน์และพี่น้องฝ่ายเการพหมายจะเอาชีวิต

user posted image
ภีมะน้องสองฝั่งปาณฑพผู้ทรงพลัง

ใน การที่พี่น้องทั้งสองตระกุลนั้นมาอยุ่ด้วยกันท้าวภีษมะผู้เป็นปู่ก็ได้ กฤษปะ (กริด-สะ-ปะ) ถือเป็นอาจารย์ต้น(คนแรก)ของทั้งสองตระกูลสอนกันไปสอนกันหมาจนหมดไส้หมดพู งไม่อะไรจะสอนแล้ว กฤษปะเห็นว่า5พี่น้องฝ่ายปาณฑพนั้นเก่งกว่า100พี่น้องฝ่ายเการพ นัก เหมาะที่จะครองราชบัลลังค์หัสตินปุระ

ในระหว่างที่พวกเด็กๆกำลังเล่น ตีคลี(เหมือนกอล์ฟ-โปโล)อยู่นั้นภีมะได้หวดลูกคลีตกไปในบ่อน้ำ แต่บ่อน้ำอยู่ลึกมากไม่รู้จะเก็บลูกคลียังไงก็พอดีที่มีพราหมณ์คนหนึ่งเดิน ผ่านมาเลยถามว่ามีอะไรหรือ เด็กๆก็เลยตอบไปว่าลูกคลีตกในบ่อน้ำแต่เก็บไมได้ ว่าแล้วพราหมณ์คนดังกล่าวก็ยิงธนูไปปักที่ลูกคลี จั้ก เสร็จแล้วก็ยิงลูกที่สองไปปักท้ายของธนูลูกแรก จั๊ก ยิงไปเรื่อยๆจนลูกธนูต่อยอดถึงปากบ่อแล้วจึงค่อยๆดึงลูกคลีขึ้นมา

เด็กๆ เห็นฝีมือยิงธนูของพราหมณ์คนนั้นก็ถามว่า ท่านพราหมณ์ชื่ออะไรทำไมเก่งจัง พราหมณ์คนนั้นก็บอกไปว่าเจ้าลองไปถามเสด็จปู่ของพวกเจ้าดูเถิดว่าเราเป็นใคร พอเด็กๆกลับเข้าวังไปเล่าเรื่องให้เสด็จปู่ฟังภีษมะก็รู้ได้ทันทีว่าพราหมณ์ ผู้นั้นคือ โทรณะ (โท-ระ-นะ) หรือ โทรณาจารย์(=โทรณะผู้เป็นอาจารย์)

ขอ ย้อนเรื่องราวของโทรณาจารย์สักเล็กน้อยครับ คือสมัยเด็กๆนั้นโทรราจารย์เป็นลูกของฤาษีจนๆคนหนึ่งและโทรณาจารย์ก็ได้ไป ร่ำเรียนวิชาในสำนักซึ่งเป็นธรรมดาของสำนักเรียนสมัยก่อนย่อมต้องมีลูกเจ้า ขุนมูลนายเจ้าชายกษัตริย์มาเรียนด้วยเสมอ เพื่อนสนิทของโทรณาจารย์สมัยเด็กๆที่เรียนวิชานั้นเป็นเจ้าชาย ชื่อ ทรุปัทม์ เป็นลูกของกษัตริย์แคว้นปัญจาละ(ติดกับแคว้นกุรุ-ดูแผนที่กระทู้แรก) เจ้าชายทรุปัทม์ก็บอกว่า " ถ้าอั๊วเป้นใหญ่ได้ครองราชย์เมื่อไหร่ เพื่อนจงมาอยู่กับเราเถิด เราจะเลี้ยงดูปูเสื่อเจ้าเอง เพื่อน...กูรักมึงว่ะ "

โทรณาจารย์ก็ปลาบปลื้มใจ ตั้งจิตไว้ว่าถ้าเรียนจบเมื่อไหร่จะไปทำงานใช้ทุนที่แคว้นปัญจาละ ทีนี้โทรณาจารย์ก็ได้แต่งงานกับน้องสาวของ กฤษปะ ซึ่งเป็นอาจารย์ต้นของเด็กๆทั้งเการพและปาณฑพนั่นเอง โทรณาจารย์ก็มีลูกคนหนึ่งชื่อ อัศวถามา ตัวโทรณาจารย์เองก็เป้นพราหมณ์ยากจนไม่เงินซื้อนมให้ลูก อัศวถามาก็ไปขอนมของเพื่อนๆกินเพื่อนๆของอัศวถามาก็ร้ายเหลือเกินเอาน้ำข้าวมาให้กินแล้วหลอกว่าเป้นน้ำนม

พอ อัศวถามากินพวกเพื่อนๆก็หัวเราะเยาะว่าถูกหลอกให้กินน้ำข้าว อัศวถามา ก็กลับบ้านร้องห่มร้องไห้ โทรณะ ผู้พ่อก็รู้สึกสงสารลูกแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ก็พลันนึกได้ว่าตนมีเพื่อนเป็นเจ้าชายแคว้นปัญจาละนี่หว่า เอาวะ...ลองไปบากหน้าขอความช่วยเหลือดู โทรณะก็เลยดั้นด้นไปขอความช่วยเหลือจากทรุปัทม์ราชาแคว้นปัญจาละ พอไปถึงวังปรากฎว่าทรุปัทม์ไม่ให้เข้าเผ้า แต่ก็ไม่ยอมหมดวัง นอนรอ นั่งรอ หน้าวังจนได้เข้าเฝ้าแต่ทรุปัทม์บอกว่า " เฮ้ยยมึงเป็นใคร กู๊วไม่รู้จัก ไป๊ ชิ๊วๆ "

โทรณะก็แค้นสิครับ แค้นครั้งนี้ฝังแน่นนัก โทรณะก็เลยหันมาเดินทางสู่เมืองหัสตินปุระ จนมาเจอเจ้าชายทั้ง105คนนั่นเองครับ





user posted image
ทุหศาสัน-น้องรองของฝั่งเการพเลว+เจ้าเล่ห์พอๆกับทุรโยชน์พี่ชายคนโต

มหากาพย์ มหาภารตะ กำเนิดเจ้าชาย

เหตุการณ์ผ่านไปอีก20ปี(อีกแระ)ทั้งท้าว ทิตราชย์ตาบอดโอรสองค์โตกับท้าวปาณฑุโอรสองค์น้องที่กายขาวซีด(แบบคนเผือกใน ปัจจุบัน)ทั้งสองได้เติบใหญ่วันฉกรรจ์เพื่อนๆเดาได้มั๊ยครับว่าใครจะได้ขึ้น ครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งหัสตินปุระ ....ท้าวปาณฑุผู้น้องครับเหตุเพราะว่าท้าวทิตราชย์นั้นตาบอดนั่นเอง คือมีร่างกายไม่สมประกอบล่ะว่าง่ายๆ
ท้าวปาณฑุเลยขึ้นครองราชย์แทนพี่ ชาย ครั้งต่อมาท้าวปาณฑุได้อภิเษกสมรสมีพระมเหสีด้วยกันสองพระองค์ เบื้องขวาคือพระนางกุณตี เบื้องซ้ายคือพระนางมัทรี เรื่องยุ่งๆมันเกิดตอนที่ท้าวปาณฑุนั้นออกเสด็จประพาสป่ากับพระมเหสีทั้งสอง ในระหว่างที่เสด็จประพาสป่าล่าสัตว์ก็ได้เห็นกวางตัวผู้กับกวางตัวเมียกำลัง โยก โยก โยก กันอยู่ ท้าวปาณฑุก็ไม่พูดพล่าม(คน)ทำเพลงกันล่ะ พาดธนูน้าวศรปรับศูนย์เล็ง เหนี่ยวโป้ง ทะลุสอง กวางทั้งสองก็ได้คืนร่างกลายมาเป็นพราหมกับพราหมณี(พราหมผู้ชายกับพรา หมผู้หญิง-สงสัยจะแสวงหาอะไรใหม่ๆให้ชีวิตคู่ )

พรา หมผู้ชายก็ได้กระอักออกมาว่า " ฉันเหมือนคนไม่มีกำลัง และหมดแรงจะยืนจะลุกจะเดินไป ฉันเหมือนคนกำลังจะตาย ที่ขาดอากาศจะหายใจ ฉันเหมือนคนที่โดนเธอแทงข้างหลัง แล้วมันทะลุถึงหัวใจ เธอจะให้ฉันมีชีวิตต่อไปหยั่งรายยยยยยยย" .......555 ไม่ใช่ครับอ่ะ อ่ะ ล้อเล่งงงงน๊า

พราหมผู้ชายก็ได้กระอักออกมาว่า " แม้นแต่ว่าเราซึ่งเป็นสัตว์ มนุษย์ก็ยังกระหายเลือด พระองค์ทรงทำแบบนี้ได้อย่างไร "
ท้าวปาณฑุก็บอกว่า " การล่าสัตว์นั้นถือว่าเป้นราชย์กรีฑาเป็นกีฬาอภิสิทธิ์ของกษตัริย์ทั้งหลายทั้งปวง ทำไมเราจะทำไม่ได้ "
ผ่าย พราหมไม่ยอม บอกว่า " ข้าเองไม่เคยไปล่วงละเมิดอะไรท่าน ท่านมาทำกับข้าแบบนี้ไม่สมควร ในฐานะที่ข้าเป็นพราหมข้าขอสาปแช่งท่าน ยามใดที่ที่กำลังสมสู่ตอนนั้นแหล่ะมัจจุราชจะมาเยือนท่าน ไม่ว่าทานจะสมสู่กับมเหสีคนไหนก็ตาม ....อั่กกก อ่ะเห่อะ บัดโซ๊บบบ" แล้วพราหมทั้งคู่ก็ตาย

ท้าวปาณฑุก็เสด็จกลับแค๊มป์แล้วก็ทรงเล่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพระมเหสีทั้งสอง ก็เลยคิดว่าออกบวชเข้าป่าบำเพ็ญศีลตบะเพื่อไถ่โทษดีกว่า พระนางทั้งสองจึงเดินทางออกบวชไปด้วยกันทั้งสามคน ดังนั้นท้าวทิตราชย์น้องผู้ตาบอดก็จึงต้องขึ้นครองราชย์แทนพี่ชาย คราวนี้พอท้าวปาณฑุไปอยู่ในป่าก็มีปัญหาเหมือนกันคือไม่สามารถมีลูกได้ เปรียบไปก็เหมือนตาลยอดด้วน ไม่สามารถออกดอกออกผลได้ก็เผอิญว่าพระนางกุณตีสมัยสาวๆนี่เคยรับใช้ฤาษี รับใช้เป้นอย่างดีจนฤาษีสอนวิชาให้เป็นวิชามนต์เรียกเทวดาได้ก็เลยจะขอเรียก เทวดามาเป็นพ่อเด็กแทน พระนางมัทรีก็บอกว่าถ้าทำได้ตนก็จะขอให้เทวดามาเป้นพ่อของลูกด้วยเช่นกัน

พระ นางกุณตีก็จัดการร่ายมนต์แล้วก็ถามท้าวปาณฑุว่าต้องการจะให้เรียกเทพองค์ใด เป็นองค์แรก ท้าวปาณฑุก็บอกว่าอันดับแรกให้เชิญ ธรรมเทพ ธรรมเทพก็มาปรากฏตัวแล้วก็ประทานลูกให้หลังจากนั้นท้าวปาณฑุก็บอกว่าอยากมี ลูกอีกสักคนจึงได้ให้เชิญ วายุเทพหรือเทพแห่งลมมา หลังจากนั้นก็เชิญ อินทรเทพ (อิน-ทะ-ระ-เทบ หรือ พระอินทร์) มาให้กำเนิดพระโอรสอีกคนหนึ่ง

เสร็จ แล้วพระนางมัทรีเมียคนที่สองก็ขอร้องให้พระนางกุณตีสอนมนต์ให้บ้างเพราะเธอ ก็อยากมีลูกเหมือนกันหลังจากที่สอนมนต์เสร็จพระนางมัทรีจึงได้ เทพอัศวิน เป็นเทพแฝดมี5ตา หัวเป้นม้า ก็เลยได้ลูกแฝด2คน

สรุปพระนางทั้งสองก็ มีลูกกัน5คนโดย3คนแรกเกิดจากพระนางกุณตีกับเทพ3องค์ คือ ธรรมเทพ วายุเทพ และพระอินทร์ ตามลำดับส่วนพระนางมัทรีก็มีลูกแฝดกับ อัศวินเทพแฝด

ซึ่งโอรสทั้ง5ของท้าวปาณฑพก็ประกอบไปด้วย
1.ยุษฐิษฐีระ(ยุด-ทิด-ที-ระ) ซึ่งเป็นโอรสของธรรมเทพ จึงมีนิสัยยึดมั่นในสัจจะพูดคำไหนคำนั้น
2.ภีมะหรือภีมะเสน ซึ่งเป็นบุตรของวายุเทพ นัยตามศักดิ์จริงๆแล้วภีมะนี่ถือว่าเป็นน้องของหนุมานเพราะมีพ่อคนเดียวกันคือวายุเทพ
3.อรชุน (ออ-ระ-ชุน) ซึ่งเกิดจากพระอินทร์ คนนี้นี่สุดยอดเก่งโคตรครับ
4.นกุล
5.สหเทพ

โอรสทั้ง5ของท้าวปาณฑุก็เรียกกันว่าพี่น้องตระกูลปาณฑพครับ

ข้าม มาฝั่งยังพระราชาทิตราชย์ พระราชาตาบอดผู้น้องได้มั๊ยครับพระองค์ก็ได้อภิเษกกับพระนางคานธาลีซึ่งเป็น น้องสาวของ สัตยามหาราชผู้ครองแคว้นมัณฑะละ พระนางคาธาลีก่อนจะเข้าพิธีสยุมพรนั้นได้รับการสู่ขอแบบไม่เคยเห็นหน้าค่าตา กันมาก่อน พระนางคานธาลีจึงได้ให้นางข้าหลวงเอาของไปถวายกับท้าวทิตราชย์พอนางข้าหลวง กลับมาก็ร้องห่มร้องไห้พระนางคานธาลีก็งงจึงถามว่าเป็นอะไรทำไมจึงร้องห่ม ร้องไห้ขนาดนี้ นางข้าหลวงก็บอกว่า " ข้าไปที่วังของท้าวทิตราชย์มา ข้าพระองค์เห็นท้าวทิตราชย์ ท้าวทิตราชย์นั้นสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดีหากแต่ว่าพระองค์นั้นตาบอด!!! "

พระ นางคานธาลีนั้นก็ตกใจถามว่าเป้นไปได้ยังไง มหาราชย์จะตาบอดได้อย่างไร นางข้าหลวงจึงบอกว่าข้าได้ถามมหาดเล็กแล้ว มหาดเล็กบอกว่าพระราชาทิตราชย์นั้นตาบอดมาตั้งแต่เกิด พระนางคานธาลีก็เกิดอาการเซ็งเป็ด ชาวหัสตินปุระนี่หลอกเราซะแล้ว พระนางก็เลยตั้งปฎิธานโดยจะเอาผ้าปิดตาไปตลอดชีวิตแล้วก็เข้าพิธีอภิเษกกับ พระราชาทิตราชย์ เมื่อท้าวทิตราชย์กับพระนางคานธาลี คิมูจิ๊กันแล้วพระนางคานธาลีก็เกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา แต่ครรภ์ของพระนางไม่ธรรมดา เพราะมันใหญ่โตมากท้องอยู่2ปี

พระ นางคานธาลีก็เลยสั่งให้นางข้าหลวงเอาฆ้อนเหล็กทุบไปที่ท้องพร้อมกับบอกว่า นี่เป็นวิธีช่วยให้ประสูติการ นางข้าหลวงก็ซัดโครมเข้าที่ครรพ์ของพระนางคานธาลี ทีแรกยังไม่ออก ซัดต่ออีกสองที จนในที่สุดพระนางคานธาลีก็คลอดออกมาเป็นก้อนเนื้อก้อนเบ้อเร่อเลย
พระนาง คานธาลีก็ถามว่าเป้นไงมั่ง นางข้าหลวงก็บอกว่าทรงคลอดออกมาเป้นก่อนเนื้อแข็งมาก และเย็นเฉียบ พระนางคานธาลีจึงรับสั่งให้เอาก้อนเนื้อนั้นไปทิ้งสระ

พอนางข้าหลวง จะเอาก้อนเนื้อไปทิ้งสระก็ได้มีฤาษีเข้ามาขวางแล้วบอกว่า หยุดก่อนไม่ต้องตกใจ ยังไม่ต้องเอาไปทิ้งให้เอาก้อนเนื้อนั้นเอามาแล่เป้นชิ้นๆ 100 ชิ้น เอาชิ้นแต่ละชิ้นไปใส่หม้อดินแล้วเอาน้ำบริสุทธิ์พรมลงไป ก้อนเนื้อทั้งร้อยชิ้นก็จะกลายเป้นกุมาร เท่ากับว่าพระนางคานธาลีนั้นท้องอยู่2ปีพอคลอดทีนึงก็มีลูกร้อยคนแบ่งภาค เป็นโปรโตซัวเลย ลูกคนแรกที่คลอดนั้นพอเกิดมา หมาหอนทั้งเมืองแร้งการ้องลั่นพระนคร

กุมาร องค์โตนี้ ชื่อ ทุรโยชน์ ซึ่งยากที่ใครจะเอาชนะได้ ท้าวทิตราชย์ได้ยินเสียงนกกาแร้งหมาร้องลั่นระงมทั้งเมืองก็ตกใจวิ่งไปถาม ท้าวภีษมะผู้เป็นลุงว่า เกิดอะไรขึ้น ท้าวภ๊ษมะก็บอกว่านี่เป็นเหตุอุบาทว์ของลูกชายเจ้าซึ่งเกิดมาพร้อมกับความ จัญไร นำมาซึ่งเสนียดแก่หัสตินปุระ ภีษมะจึงบอกให้ท้าวทิตราชย์เอาลูกไปฆ่าทิ้งเสียทั้งหมด แต่ท้าวทิตราชย์กับพระนางคานธาลีไม่ยอมจึงฝืนเลี้ยงโอรสทั้ง100 คนเรื่อยมา

พี่น้องทั้ง100คนนั้นก็คือ พี่น้องตระกูลเการพ นั่นเอง

สำหรับ ลูกชายทั้ง5ของท้าวปาณฑุนั้นก็ได้ถูกอัญเชิญกลับเข้ามาในวังโดยกลับมาพร้อม กับพระนางกุณตีมเหสีคนแรกเพื่อนที่จะได้มาดูแลลูกทั้ง5 สำหรับท้าวปาณฑุก็อยู่ป่ากับพระนางมัทรี คืนหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ อากาศยามค่ำคืนเป็นใจเสียเหลือเกิน ท้าวปาณฑุก็เริ่มเขี่ยบอลบอกกับพระนางมัทรีว่า "คืนนี้พี่ขอ" พระนางมัทรีก็บอกว่าลืมไปแล้วหรือว่าพระองค์ถูกพราหมสาปไว้ ว่าถ้าคิมูจิ๊เมื่อไหร่พระองค์จะต้องตาย ท้าวปาณฑุก็บอกว่าข้ารู้แต่เมื่อเห้นน้องในยามนี้ข้าต้องการความสุขจากรสรัก มากกว่าจะมีชีวิตอยู่ ไม่อะไรเกิดขึ้นหรอกอย่าห่วง ท้าวปาณฑุระหว่างที่กำลังคิมูจิ๊นั้นก็ตายตามคำสาปของพราหม พระนางมัทรีก็เลยทำ พิธีสตี คือโดดเข้ากองไฟตายตาม

ตอนนี้ในหัสตินปุ ระนั้นก็เต็มไปด้วยโอรสของท้าวทิตราชย์กับพระนางคานธาลี 100 คนกับโอรสของท้าวปาณฑุกับพระนางกุณตีและมัทรีอีก5 คน วิ่งกันในวังให้เจี๊ยวจ๊าวไปหมด ซึ่งเหตุการณ์ต่อไปก็จะเริ่มเป็นความขัดแย้งของทั้งสองตระกูลในเวลาต่อมา


user posted image
ท้าวทรุโยชน์จากบทละคร